จุงกะพาเที่ยว~ กลุ่มปราสาทตาเมือน
ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์
▪️ตาเมือน ▪️ตาเมือนโต๊ด ▪️ตาเมือนธม
💠 หลังไปเที่ยวปราสาทตาควายมาแล้ว ห่างไปไม่ไกลบริเวณเทือกเขาพนมดงรัก ยังมีอีกกลุ่มปราสาทที่น่าสนใจ วันนี้จุงกะพาทุกท่านมารู้จัก กลุ่มปราสาทตาเมือนกันค่ะ 💁♀️
📍กลุ่มปราสาทนี้ตั้งอยู่ที่ช่องเขาตาเมือน ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ สร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 บนเส้นทางคมนาคมโบราณเชื่อมเมือง 🛤 ประกอบด้วยปราสาทหิน 3 หลัง โดยปราสาทแต่ละหลังต่างมีประโยชน์ใช้สอยและความสำคัญแตกต่างกันออกไป นั่นคือ
🛕 ปราสาทตาเมือนโต๊ด
ก่อด้วยศิลาแลง มีกำแพงล้อมรอบ และมีสระน้ำขนาดเล็กอยู่ทางทิศเหนือ เชื่อกันว่าปราสาทแห่งนี้เป็นอโรคยาศาล หรือ สถานรักษาพยาบาลของชุมชน

ตั้งอยู่ที่ บ้านหนองคันนา หมู่ที่ 9 ตำบลตาเมือง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์
สร้างขึ้นตามรูปแบบสถาปัตยกรรมเขมรโบราณ ศิลปะแบบขอมในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 ตรงกับรัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นอโรคยศาล หรือศาสนสถานประจำสถานพยาบาล ตามคติความเชื่อพุทธศาสนาลัทธิมหายาน
ก่อสร้างด้วยศิลาแลงและหินทราย มีปราสาทประธานอยู่ตรงกลาง ด้านหน้าหันไปทางทิศตะวันออก วิหาร หรือบรรณาลัย อยู่มุมทิศตะวันออกเฉียงใต้ของปราสาทประธาน หันด้านหน้าไปทางทิศตะวันตก โคปุระหรือซุ้มประตูทางเข้าอยู่ทางทิศตะวันออก ในแนวตรง กับปราสาทประธาน มีทางเดินเชื่อมต่อกับด้านหน้าของปราสาทประธาน แนวกำแพงสร้างต่อออกจากสองข้างทางของโคปุระ ล้อมรอบโบราณสถานทั้งหมด ด้านหน้าโคบุระ มี แนวทางเดินรูปกากบาทไปทางทิศตะวันออก ห่างจากมุมกำแพงทิศตะวันออกเฉียงเหนือเล็กน้อย เป็นที่ตั้งของสระน้ำรูปสี่เหลี่ยม
กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ปราสาทตาเมืองโต๊ด ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 52 ตอนที่ 75 ลงวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478 และประกาศกำหนดขอบเขตโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 106 ตอนที่ 220 ลงวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2532 พื้นที่โบราณสถาน 5 ไร่ 3 งาน 88 ตารางวา
Prasat Ta Muen Tot is located at Nong Kan Na Village, Ta Niang Sub-district, Phanom Dong Rak District in Surin Province.
This Khmer sanctuary was built in the 13th century A.D. or in Khmer art of Bayon style. It was built by King Jayavaraman VII of the Khmer Kingdom. It was a hospital “Arokayasala” in Mahayana Buddhism.
It faces east, and a single main Prasat built in laterites and sandstones. A library hall (Bannalai) located in the Southeast and turns its front to the main Prasat. All these buildings are enclosed by a boundary wall. A main porch is situated on the East wall. In addition, there is a pond in the area to the Northeast of the main Prasat.
It was officially proclaimed as an Ancient Monument by the King in the Royal Gazette Vol.52 Issue No.75 (March 8th, 1935 A.D.)
Cr. ข้อมูลจากสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา
กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
ปราสาทตาเมือน หรือ ปราสาทบายครีม
เป็นปราสาทที่เล็กที่สุด ก่อด้วยศิลาแลง มีลักษณะเป็นห้องยาว เชื่อว่าเป็นธรรมศาลา หรือที่พักสำหรับคนเดินทางนั่นเอง

ตั้งอยู่ห่างจากปราสาทตาเมือนโต๊ด ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 390 เมตร ลักษณะทางสถาปัตยกรรม เป็นปราสาทที่ก่อด้วยศิลาแลง มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ด้านหน้าหรือด้านทิศตะวันออกของปราสาท ทำเป็นห้องยาวสร้างด้วยศิลาแลง มีประตูเชื่อมต่อกับองค์ปรางค์ทางด้านทิศตะวันตก ห้องยาวดังกล่าวนี้มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่ผนังด้านหนึ่งเจาะช่องหน้าต่างเรียงเป็นแถว ส่วนผนังอีกด้าน ทำเป็นหน้าต่างหลอก ด้านหน้ามีประตูเข้าออกหนึ่งประตู บริเวณส่วนที่เป็นห้องยาวนี้ เคยมีการพบหินทรายจำหลักภาพพระพุทธรูปปางสมาธิในซุ้มเรือนแก้ว
ปราสาทตาเมือน เป็นสถาปัตยกรรมที่สามารถเปรียบเทียบได้กับรูปแบบของสถาปัตยกรรม ศิลปะเขมรโบราณแบบบายน สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 17-18 ในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นศาสนสถานประเภท ธรรมศาลา หรือที่พักคนเดินทาง จากความในจารึกปราสาทพระขรรค์กล่าวไว้ว่า พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงโปรดให้สร้างที่พักคนเดินทางไว้จำนวน 121 แห่ง ตามเส้นทางสำคัญสายต่างต่าง ที่มุ่งสู่เมืองพระนคร รวมถึงปราสาทตาเมือนแห่งนี้ด้วย
Cr.ข้อมูล สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
🛕 ปราสาทตาเมือนธม
มีขนาดใหญ่ที่สุด และเช่นเดียวกับปราสาทตาควายที่ยังอยู่ในบริเวณพื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทย 🇹🇭 กัมพูชา 🇰🇭 จึงมีทหารทั้งสองฝั่งประจำการอยู่ที่นี่ 🪖 และชาวกัมพูชาก็สามารถเข้ามาเที่ยวได้ ตัวปราสาทอยู่บนเนินเขาสร้างคร่อมโขดหินธรรมชาติที่ศักดิ์สิทธิ์ในรูปของสยัมภูศิวลึงค์ และเป็นที่สำหรับประกอบพิธีกรรม นอกจากนี้ยังมีอาคารอื่น คือปรางค์ก่อด้วยหินทรายสองหลัง ทางทิศเหนือมีสระน้ำขนาดเล็กสองสระ

ประกอบด้วยส่วนสำคัญดังนี้
▪️ปราสาทประธาน สร้างด้วยหินทรายสีเทาแกมเขียว แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ย่อมุมไม้สิบสอง ส่วนยอดพังทลาย เหลืออยู่เพียง แปดเมตร มีซุ้มประตูทั้งสี่ทิศ ที่องค์ปรางค์มีการจำหลักหินเป็นลวดลาย บริเวณฐานปรางค์ จำหลักภาพเทวรูปยืน มีการทับหลังหินทรายจำหลักภาพเทวดานั่งชันเข่า อยู่ภายในซุ้มบนแท่นเหนือหน้ากาล ซึ่งคายท่อนพวงมาลัยใบไม้ออกมาโดยใช้มือจับทั้ง 2 ข้าง
▪️มุขหน้าที่ติดต่อกับซุ้มประตูทางด้านทิศใต้ หลังคาเป็นหินทราย
▪️ปราสาทบริวาร จำนวน 2 หลัง สร้างด้วยหินทราย ตั้งอยู่เยื้องไปทางทิศเหนือ
ทางด้านขวาและซ้ายของปราสาทประธาน
มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมไม้สิบสอง
▪️บรรณาลัย จำนวนสองหลัง สร้างด้วยศิลาแลง หลังหนึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของปราสาทประธาน อีกหลังหนึ่งตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้
▪️ระเบียงคดและซุ้มประตู สร้างด้วยหินทราย ล้อมรอบศาสนสถานทั้งหมดไว้ภายใน มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ช่องทางเดินภายในกว้าง มีซุ้มประตูทั้งสี่ด้าน บริเวณระเบียงคดนี้ พบศิลาจารึก อักษรขอมโบราณ ภาษาสันสกฤตและเขมร มีอายุประมาณปลายพุทธศตวรรษที่ 16 กล่าวสรรเสริญพระศิวะ และกล่าวถึงนามของทาส และเจ้าหน้าที่ ผู้มีหน้าที่ดูแลรักษาเทวสถานแห่งนี้
▪️ท่าน้ำ สร้างด้วยหินทราย ตั้งอยู่ด้านนอกของระเบียงคด ริมลำห้วย ห่างจากซุ้มประตูระเบียงคดด้านทิศใต้ประมาณ 10 เมตร ทำเขื่อนและขั้นบันไดด้วยท่อนศิลาแลง เฉพาะตัวบันไดกว้าง 2 เมตร ยาวประมาณ 30 เมตร
▪️สระน้ำ อยู่ภายนอกประสาทตาเมือนธม กรุด้วยศิลาแลงเป็นชั้นๆ สอบลงไปถึงก้นสระ แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส อยู่ทางมุมทิศตะวันตกเฉียงเหนือภายนอกระเบียงคด
บรรยากาศ กลุ่มปราสาทตาเมือน
